กลับหน้าหลัก
Our Expertise

บริการของเรา

การตรวจทางพันธุกรรมครบวงจรด้วยเทคโนโลยีระดับสากล

Test Catalog

รายการตรวจทั้งหมด

ครอบคลุมการตรวจทางพันธุกรรมทุกสาขา ค้นหาจากยีน หรือชื่อโรค

85 รายการ
ตรวจ
7 กลุ่ม
โรค
2 ห้อง
ปฏิบัติการ
🧫 Cytogenetics 🧬 Molecular Genetics 🧠 Neurological 🎗️ Hereditary Cancer 💊 Pharmacogenetics 🩸 Hematology ⚡ Mitochondrial 🏥 CGP / Oncology
Laboratory Guide

คู่มือการส่งตรวจ

ข้อมูลการส่งตรวจ แบบฟอร์ม การเตรียมสิ่งส่งตรวจ และนโยบายการรายงานผล แยกตามประเภทห้องปฏิบัติการ

🔬

Cytogenetics

ห้องปฏิบัติการโครโมโซม

ห้องปฏิบัติการโครโมโซมวินิจฉัยมะเร็งเม็ดเลือดขาว · ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช
ห้อง 1036 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 10 · โทร 02-4197000 ต่อ 95375-6

🧫การทดสอบที่ให้บริการ

Chromosome Analysis

  • Peripheral Blood
  • Bone Marrow / Blood for Leukemia
  • Tissue / Skin Biopsy
  • Chromosome Breakage

FISH Testing

  • FISH (Microdeletion syndromes): Velocardiofacial 22q11, Prader-Willi/Angelman 15q11, Williams 7q11.23, Smith-Magenis 17p11.2, Miller-Dieker/Lissencephaly 17p13.3
  • FISH for Aneuploid chromosomes 13, 18, 21, X, Y
  • FISH for Multiple Myeloma
📋ใบขอตรวจและแบบฟอร์ม

ต้องใช้ใบขอตรวจที่จัดทำโดยห้องปฏิบัติการฯ ที่เป็นฉบับปัจจุบันเท่านั้น โดยส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการโครโมโซมวินิจฉัยฯ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช ซึ่งตั้งอยู่ภายในหน่วยสนับสนุนกลาง (core facility) ห้อง 1036 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 10 เบอร์โทรศัพท์ 02-4197000 ต่อ 95375-6

✏️คำแนะนำในการกรอกใบส่งตรวจ
  1. 1.กรอกข้อมูลลงในใบขอตรวจให้ครบทุกช่อง
  2. 2.กรอกข้อมูลในกรณีที่เคยส่งตรวจโครโมโซมมาก่อน เช่น จากการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดของมารดา
  3. 3.ทำเครื่องหมายระบุชนิดการตรวจที่ต้องการในช่องที่กำหนดให้
  4. 4.ระบุชื่อแพทย์ผู้สั่งตรวจทุกครั้ง
  5. 5.ระบุวันเวลาเก็บตัวอย่างตรวจ และชื่อผู้เก็บตัวอย่างตรวจด้วยทุกครั้ง

กรณีต้องการผลเร่งด่วน

การตรวจโครโมโซมโดยทั่วไปต้องเพาะเลี้ยงเซลล์ก่อน จึงไม่สามารถรายงานผลได้ภายในสัปดาห์แรก อย่างไรก็ตาม สามารถดำเนินการเร่งด่วนได้ในกรณี: ทารกแรกเกิดสงสัย Trisomy 18 หรือ 13 และทารกแรกเกิดที่มีอวัยวะเพศกำกวม — ต้องติดต่อแพทย์ผู้ดูแลประจำวันก่อนส่งตรวจทุกครั้ง

🩸การเตรียมและเก็บสิ่งส่งตรวจ

การเตรียมผู้ป่วย

  • สำหรับการเจาะเลือดตรวจโครโมโซม — ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ
  • สำหรับการเก็บไขกระดูก — ผู้ป่วยไม่ควรได้รับยาเคมีบำบัดมาก่อนภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง

ชนิดสิ่งส่งตรวจและภาชนะ

เลือด (Peripheral Blood / Bone Marrow)

ใช้หลอดปราศจากเชื้อที่บรรจุ Lithium heparin (จุกสีเขียว) หรือ disposable syringe เคลือบด้วย Na-heparin · ผู้ใหญ่ 3–5 ml · เด็กเล็ก 1–3 ml · ทารกแรกเกิด 1–2 ml · ผสมเลือดกับ heparin ให้เข้ากันก่อนส่ง ห้ามใช้ heparin tube (จุกสีเขียว) ผสมกับ EDTA

ชิ้นเนื้อ / ผิวหนัง (Tissue / Skin Biopsy)

ต้องอยู่ใน transporting media ที่เหมาะสม (ขอได้จากห้องปฏิบัติการก่อนเก็บ) · ขนาดอย่างน้อย 0.5–1 cm³ · ไม่มีลักษณะเน่าเลอะ ไม่มีก้อนเลือดปน · นำส่งทันที

การทำลายวัสดุ-อุปกรณ์

สำลี เข็มเจาะเลือด และเข็มอื่น ๆ ให้ทิ้งในภาชนะปากแคบ และส่งกำจัดด้วยระบบกำจัดขยะติดเชื้อ

🏷️การติดป้ายชื่อผู้ป่วย
  1. 1.ตรวจดูว่าป้ายชื่อผู้ป่วยที่ติดที่ใบขอตรวจ และที่หลอดเลือด/ภาชนะตรงกันหรือไม่
  2. 2.ถามชื่อและนามสกุลผู้ป่วยทุกครั้งเมื่อจะเจาะเลือด หรือเก็บตัวอย่างตรวจ
  3. 3.เก็บตัวอย่างตรวจทุกชนิดโดยวิธีปราศจากเชื้อ ใส่ในภาชนะสะอาด ที่ปิดสนิทเสมอ
  4. 4.เซ็นชื่อผู้เจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างตรวจลงในช่องที่กำหนดไว้ในใบส่งตรวจ
🚚ขั้นตอนการส่งสิ่งส่งตรวจ

สิ่งส่งตรวจทุกชนิดควรนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหลังจากเก็บเสร็จ โดยบรรจุในภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด อุณหภูมิไม่เกิน 37°C เพื่อให้มีโอกาสเพาะเลี้ยงได้ดีที่สุด หากไม่สามารถนำส่งได้ในวันและเวลาที่กำหนด ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2–8°C และนำส่งโดยเร็วที่สุดเมื่อถึงวันทำการ

สถานที่รับสิ่งส่งตรวจ

ห้อง 1036 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 10
โทร 02-4197000 ต่อ 95375-6

เวลารับสิ่งส่งตรวจ

08:00–15:00 น.
เลือด: จ. อ. ศ.
ไขกระดูก/FISH: จ.–พฤ.
นอกเวลา — ติดต่อล่วงหน้า

เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ
  • การส่งสิ่งส่งตรวจไม่ตรงกับวันที่ให้บริการตรวจ
  • การติดป้ายสิ่งส่งตรวจไม่ถูกต้อง หรือไม่มีป้ายชื่อ-นามสกุล บนภาชนะบรรจุ
  • ชื่อ-นามสกุล หรือ HN ในใบส่งตรวจไม่ตรงกับที่ติดบนภาชนะบรรจุ
  • สิ่งส่งตรวจหกเลอะภาชนะที่เก็บสิ่งส่งตรวจ หรือใบขอตรวจ
  • การส่งสิ่งส่งตรวจโดยไม่มีใบขอตรวจ หรือกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน
  • สิ่งส่งตรวจที่เก็บในภาชนะที่ไม่ถูกต้อง หรือปิดปลาย syringe ด้วยเข็มเจาะเลือด
  • ใช้สารกันเลือดแข็งที่ไม่ถูกต้อง (ใช้ heparin เท่านั้น)
  • ปริมาณไขกระดูกหรือเลือดน้อยกว่า 2 ml หรือเลือด/ไขกระดูก clot เป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด
  • สิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อ (ต้องได้รับการวินิจฉัยว่าไม่เป็นโรคติดเชื้อก่อนส่งตรวจ)
📄นโยบายการรายงานผล

ห้องปฏิบัติการรายงานผลการตรวจโครโมโซมโดยใช้แบบรายงานผลที่พิมพ์แบบมาตรฐาน มีข้อมูลในใบรายงานผล ดังนี้

  • Specimen type · Indication · Number of metaphase counted
  • Modal chromosome number · Band resolution level
  • Karyotype designation · Interpretation and comment

นอกจากนี้ ยังแสดงการรายงานผลการตรวจทางระบบสารสนเทศ ECLAIR ซึ่งสามารถทราบผลการตรวจว่าเสร็จสิ้นหรือยังได้โดยการค้นหาด้วย HN

ไม่มีค่าวิกฤต — ห้องปฏิบัติการโครโมโซมฯ ไม่มีค่าวิกฤตในการรายงานผล
ไม่รายงานผลทางโทรศัพท์ — อาจแจ้งให้ทราบว่าผลเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง แต่ไม่รายงานผลทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใด ๆ
⏱️ประกันเวลาการรายงานผล

ระยะเวลาการรายงานผลขึ้นอยู่กับชนิดของการทดสอบ โดยมีหลักเกณฑ์กำหนดตามรายละเอียดของแต่ละการทดสอบ การตรวจโครโมโซมจำเป็นต้องเพาะเลี้ยงเซลล์ก่อนจึงจะสามารถเตรียมตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ได้ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์

หากห้องปฏิบัติการไม่สามารถรายงานผลได้ตามกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ผู้ส่งสิ่งส่งตรวจทราบถึงสาเหตุของการรายงานผลล่าช้า พร้อมทั้งบันทึกในใบรายงานอุบัติการณ์ (NC) เพื่อค้นหาสาเหตุการแก้ไข และการป้องกันต่อไป

🧬

Molecular Genetics

ห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์

สถาบันส่งเสริมการวิจัย ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช · อาคาร SiMR ชั้น 4
โทร 02-4192727 (สำนักงาน) · 02-4192736 (ห้องปฏิบัติการ)

🧫การทดสอบที่ให้บริการ (77 รายการ)

ใบขอตรวจครอบคลุมการทดสอบรวม 77 รายการ แบ่งเป็น 7 กลุ่ม

1. Neurological disorders — 18 รายการ (ALD, CMT1A, DMD/BMD, Fragile X, Huntington, SMA, Wilson, และอื่น ๆ)
2. Mitochondrial diseases — 3 รายการ (KSS/CPEO, LHON, MELAS/MERRF/NARP)
3. Hereditary cancers — 7 รายการ (BRCA1/2, FAP, HNPCC/Lynch, MEN2, VHL, BHD)
4. Pharmacogenetics — 5 รายการ (HLA-B*15:02, HLA-B*58:01, CYP2C9, CYP2C19, VKORC1)
5. Others — 21 รายการ (ADPKD, AIS, APOE, CADASIL, Deafness, Marfan, Pancreatitis, และอื่น ๆ)
6. Hematological disorders — 11 รายการ (Factor XI/XII, Hemochromatosis, Hemophilia A/B, MTHFR, Thrombophilia)
7. Custom diagnostics — 12 รายการ (DNA Extraction, PCR, Sequencing, Real Time PCR, Whole Gene Sequencing เป็นต้น)
📋ใบขอตรวจและแบบฟอร์ม

ต้องใช้ใบขอตรวจที่จัดทำโดยห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์ที่เป็นฉบับปัจจุบันเท่านั้น

ใบขอตรวจทั่วไป

ใบขอตรวจ — ทั่วไป (PDF) ใบขอตรวจ — Core-Cancer Panel (PDF)

Oncology / CGP

ใบขอตรวจ CGP — In-site (PDF) ใบขอตรวจ CGP — Out-site (PDF) ใบขอตรวจ CGP — Sivitt (PDF)

ใบยินยอม

หนังสือแสดงเจตนายินยอม (Consent Form PDF)

การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์ทุกการสั่งตรวจ ต้องแนบหลักฐานที่ผู้ป่วยหรือผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามยินยอมในใบแสดงเจตนายินยอมให้เก็บตัวอย่างเพื่อการตรวจทางเวชพันธุศาสตร์ (รหัสเอกสาร: SI-04-2-015-C-SG3-00) ซึ่งอยู่ที่หน้า 2 ของใบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการบริการเวชศาสตร์จีโนม ของสถานพยาบาล ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564 (ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2564) — ผู้ให้บริการต้องอธิบายขั้นตอน วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูล ภาวะแทรกซ้อน และระยะเวลาการเก็บข้อมูลพันธุกรรม

✏️คำแนะนำในการกรอกใบส่งตรวจ
  1. 1.กรอกข้อมูลลงในใบขอตรวจให้ครบทุกช่อง
  2. 2.ทำเครื่องหมายระบุชนิดการตรวจที่ต้องการในช่องที่กำหนดให้
  3. 3.ระบุชื่อแพทย์ผู้สั่งตรวจทุกครั้ง
  4. 4.ระบุวันเวลาเก็บตัวอย่างตรวจ และชื่อผู้เก็บตัวอย่างตรวจด้วยทุกครั้ง

การขอตรวจที่ต้องส่งใบขอปรึกษามาก่อน

การตรวจทางพันธุศาสตร์โดยทั่วไปเป็นการตรวจเมื่อมีความสงสัยทางคลินิกเฉพาะโรค จึงต้องมีการประเมินทางคลินิกก่อนเสมอ

หน่วยงานภายในคณะฯ — ต้องส่งเอกสารการขอปรึกษาระหว่างภาควิชา (consultation note) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วมายังอาจารย์แพทย์ประจำห้องปฏิบัติการฯ ก่อนการขอส่งตรวจ

หน่วยงานภายนอกคณะฯ — ให้ส่งเป็นจดหมายหรือบันทึกข้อความที่ระบุชนิดของการตรวจที่ต้องการ และการวินิจฉัยโรคเบื้องต้น

🩸การเตรียมและเก็บสิ่งส่งตรวจ

การเตรียมผู้ป่วย

  • ปกติไม่ต้องเตรียมผู้ป่วยแต่อย่างใด สามารถเจาะเลือดส่งตรวจได้ทันที โดยไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
  • ผู้ป่วยไม่ควรได้รับการให้เลือดภายในระยะเวลา 3 เดือนก่อนการเจาะเลือด

ชนิดสิ่งส่งตรวจและข้อกำหนดสำคัญ

เลือด (Blood) — สำหรับตรวจ DNA หรือ RNA

ใช้หลอด EDTA (ฝาสีม่วง) เท่านั้น · ผู้ใหญ่ 6–10 ml (บางกรณี 3–6 ml) · เด็ก 3–5 ml · ทารก 1–2 ml · ห้ามใช้ heparin tube (ฝาสีเขียว) เพราะ heparin จะขัดขวางปฏิกิริยา PCR · ห้ามแช่แข็งเลือด (Do not freeze)

เยื่อบุข้างแก้ม (Buccal cells)

ใช้ในกรณีเด็กเล็ก หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเจาะเลือดได้ · ใช้ 2 brushes · ก่อนเก็บให้ผู้ป่วยบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำ 10 วินาที · เก็บโดยกด brush ที่ข้างแก้มด้านในแล้วถูขึ้นลง โดยหมุนรอบแปรงไป 30 วินาที

ชิ้นเนื้อ / น้ำคร่ำ / CVS / Paraffin

มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละชนิด — สำหรับ RNA ต้องส่งภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามแช่ Formalin · สำหรับ DNA ส่งภายใน 72 ชั่วโมงหากจำเป็น · ดูรายละเอียดฉบับเต็มในคู่มือสิ่งส่งตรวจ

🏷️การติดป้ายชื่อผู้ป่วย
  • ปิด sticker แสดงรายละเอียดของผู้ป่วยให้ถูกต้องชัดเจน (ต้องระบุชื่อ, วด.ปีเกิด) บนภาชนะที่เหมาะสมกับชนิดตัวอย่าง
  • สำหรับหลอดเลือด ให้ปิด sticker เป็นแนวตรง ไม่ม้วนเกลียว เมื่อปิดแล้วยังมองเห็นแถบสีที่บอกชนิดของหลอดเลือด และเว้นช่องว่างให้เห็นขีดบอกระดับเลือดที่ต้องเจาะ
  • ตรวจดูว่าป้ายชื่อผู้ป่วยที่ติดที่ใบขอตรวจ และที่หลอดเลือด/ภาชนะตรงกันหรือไม่ · ถามชื่อและนามสกุลผู้ป่วยทุกครั้งเมื่อจะเจาะเลือด
🚚ขั้นตอนการส่งสิ่งส่งตรวจ

สถานที่รับสิ่งส่งตรวจ

อาคาร SiMR ชั้น 4
โทร 02-4192727 · 02-4192736
โทรสาร 02-4183565

เวลารับสิ่งส่งตรวจ

08:30–16:30 น.
ทุกวันทำการ
นอกเวลา — ติดต่อล่วงหน้า

  • ตัวอย่างตรวจทุกชนิดควรนำส่งทันทีที่เก็บตัวอย่างเสร็จเรียบร้อย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการตรวจ RNA ไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมงหลังเก็บตัวอย่าง ส่วนการตรวจ DNA อาจส่งภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเก็บตัวอย่างได้ถ้าจำเป็น
  • ตัวอย่างตรวจที่ส่งทางไปรษณีย์: แยกแต่ละตัวอย่างใส่ถุงต่างหากและมัดปากถุงให้สนิท ใส่ในบรรจุภัณฑ์อย่างดีในซองกันกระแทก ส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่อุณหภูมิห้อง หรือมี ice pack (ห้ามใช้น้ำแข็งแห้ง)
  • ตัวอย่างเลือดที่เก็บนอกเวลาราชการ สามารถแช่ตู้เย็น 4°C ไว้ก่อน แล้วนำส่งวันรุ่งขึ้นได้ — ห้ามแช่เลือดในช่องแข็ง (freeze) ของตู้เย็นเป็นอันขาด
เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ
  • ส่งผิดห้องปฏิบัติการ
  • ไม่มีป้ายแสดงชื่อ-นามสกุล และ HN ของผู้ป่วยบนภาชนะสิ่งส่งตรวจ หรือชื่อ-นามสกุล/HN ไม่ใช่ของผู้ป่วยคนเดียวกัน
  • ชื่อ-นามสกุล/HN ที่ติดบนภาชนะสิ่งส่งตรวจไม่ตรงกับข้อมูลในใบขอตรวจ
  • ไม่มีใบขอตรวจมาพร้อมกับสิ่งส่งตรวจ หรือใบขอตรวจไม่ถูกต้อง (ไม่มีชื่อผู้ป่วย, ไม่ระบุรายการตรวจ, ไม่ระบุชื่อแพทย์ผู้สั่งตรวจ)
  • สิ่งส่งตรวจผิดประเภท, ปริมาณสิ่งส่งตรวจไม่เพียงพอสำหรับการตรวจ, เก็บสิ่งส่งตรวจในภาชนะไม่ถูกต้องหรือใช้สารกันเลือดแข็งไม่ถูกต้องตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนด
  • การนำส่งไม่ถูกต้องตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนด หรือสิ่งส่งตรวจหกเลอะภาชนะ/ใบขอตรวจ
  • คุณภาพของสิ่งส่งตรวจไม่เป็นตามที่กำหนด: เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มใน EDTA tube, เลือดส่วน plasma มีสีแดงจากการเกิด hemolysis, สิ่งส่งตรวจที่เก็บไว้นานเกินไปและส่งถึงห้องปฏิบัติการช้ากว่ากำหนดเวลา
📄นโยบายการรายงานผล

เมื่อทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว อาจารย์แพทย์ประจำห้องปฏิบัติการที่เป็น Approved Signature จะเป็นผู้รับรองผล แปลผล และอนุมัติการรายงานผล แล้วส่งให้แพทย์ผู้สั่งตรวจ ทั้งนี้ผลการตรวจทางพันธุศาสตร์ถือเป็นความลับส่วนตัวของผู้ป่วย

ผู้ป่วยภายในคณะฯ — เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการนำผลไปใส่ในแฟ้มเวชระเบียนของผู้ป่วย แพทย์ผู้สั่งตรวจสามารถเรียกดูผลเองได้ ส่วนผู้ป่วยจะได้รับทราบผลเมื่อมาตรวจตามนัด
ผู้ป่วยภายนอกคณะฯ — ให้จัดเจ้าหน้าที่มารับผลการตรวจเองที่ห้องปฏิบัติการตามกำหนดเวลา โดยผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับใบรายงานผลต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้ได้รับมอบหมาย (บัตรประจำตัว + ใบขอรับผลที่ออกโดยหน่วยงานที่ขอตรวจ)
เฉพาะ HLA-B*15:02 และ HLA-B*58:01 สำหรับผู้รับบริการภายในโรงพยาบาลศิริราช สามารถเรียกดูการรายงานผลผ่านทางระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลได้
ไม่มีค่าวิกฤต — ห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์ไม่มีการรายงานผลกรณีค่าวิกฤต เพราะไม่มีการทดสอบใดที่ผลการตรวจเป็นค่าวิกฤตที่เป็นอันตรายต่อชีวิตซึ่งต้องแจ้งให้แพทย์ผู้สั่งตรวจทราบในทันที
ไม่รายงานผลทางโทรศัพท์และโทรสาร ยกเว้นเป็นการสอบถามห้องปฏิบัติการถึงสถานะของการทดสอบว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง
⏱️ประกันเวลาการรายงานผล

เวลาของการทดสอบตั้งแต่รับตัวอย่างจนถึงการรายงานผลขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและวิธีการที่ใช้ในการทดสอบ การทดสอบทางห้องปฏิบัติการอณูพันธุศาสตร์หลายชนิดจำเป็นต้องรอให้มีจำนวนตัวอย่างมากพอที่จะทำไปด้วยกันเป็นชุด ๆ (batch) ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสะสมเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนต่อการทำการทดสอบแต่ละครั้ง

หากห้องปฏิบัติการไม่สามารถรายงานผลได้ตามกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ทราบถึงสาเหตุของการรายงานผลล่าช้า พร้อมทั้งบันทึกในใบรายงานอุบัติการณ์ เพื่อค้นหาสาเหตุ การแก้ไข และการป้องกันต่อไป

🗄️การเก็บตัวอย่างตรวจไว้ในคลัง DNA (DNA Banking)

ในกรณีที่การทดสอบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความไวในการตรวจ (sensitivity) น้อยกว่า 100% การเก็บตัวอย่างตรวจของผู้ป่วยไว้ในคลัง DNA จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวในอนาคตเมื่อเทคนิคการตรวจได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของตัวอย่างตรวจหรือผู้แทนโดยชอบธรรม โดยลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบแสดงเจตนายินยอมให้เก็บตัวอย่างเพื่อการตรวจทางเวชพันธุศาสตร์ (รหัส SI-04-2-015-C-SG3-00)

พร้อมให้บริการ

ต้องการส่งตรวจหรือปรึกษา?

ทีมของเราพร้อมให้คำแนะนำและดูแลตั้งแต่การเลือกการตรวจจนถึงการแปลผล

ติดต่อเรา